การวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ซับซ้อนสับสนแต่เป็นระเบียบ Chaordic Action Research

สุมน อมรวิวัฒน์

Abstract


การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบเคออร์ดิค เป็นกระบวนการรวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่ซับซ้อน หลากหลายและเคลื่อนไหวตลอดเวลาคู่ขนานไปพร้อมกับกระบวนการปฏิบัติงานของโครงการที่ต้องการผลการวิจัยอย่างรวดเร็วเพื่อใช้ในการพัฒนา

แหล่งข้อมูลของการวิจัย เกิดจากการสื่อสารสองทาง การอ่านเอกสารรายงาน การทำงานเป็นทีม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่องรอยการปฏิบัติงานของตัวอย่างประชากรตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ การสร้างเครื่องมือการวิจัยเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการทำงานที่สอดคล้องกับสถานการณขณะนั้ เครื่องมือการวิจัยและวิธีการเก็บข้อมูลมีลักษณะเรียบง่าย สามารถเปลี่ยนไปได้ตามสถานภาพของแหล่งข้อมูล ประเด็นสำคัญที่ทำให้การวิจัยมีคุณภาพ คือ การที่ทุกฝ่ายในกระบวนการทำงานมีความสมัคครใจ ตั้งใจและเข้าใจวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างแท้จริง

การคิดและการวางแผนอย่างเป็นระบบในขณะที่โครงการกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางตัวแปรที่ซับซ้อนสับสนนั้นมีความสำคัญมาก การสังเคราะห์ข้อมูลต้องมีพื้นฐานทางวิชาการและเคารพต่อการริเริ่มสร้างสรรค์ของตัวอย่างประชากร การนำเสนอผลการวิจัยต้องมีความเป็นกลาง เสนอตามความเป็นจริง มีความชัดเจน และให้ข้อเสนอแนะที่นำไปปฏิบัติได้

การวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียนนำร่อง: รูปแบบที่คัดสรร” เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยรูปแบบกระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียนนำร่อง จำนวน 250 โรง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญไทย 4 ท่าน คณะผู้วิจัยในพื้นที่ 44 คณะ และผู้บริหาร ครู ผู้ประสานงานของโรงเรียนนำร่องทุกโรง เครื่องมือวิจัยได้แก่ 1) ตัวบ่งชี้กระบวนการสอนของครู และตัวบ่งชี้กระบวนการเรียนของนักเรียน 2) กรอบการออกแบบนำเสนอโปสเตอร์ 3) บันทึกอนุทินการสอนของครูต้นแบบ 4) คำถามแบบเติมข้อความ 3 หน้า 5) คำถามแบบมีโครงสร้างสำหรับการสนทนาเจาะลึก 6) เกณฑืการวิเคราะห์รายงานของโรงเรียน 7) แบบบันทึกการตรวจเยี่ยมโรงเรียน

ผลการวิจัยได้คัดสรรรูปแบบกระบวนการเรียนรู้ 6 รูปแบบ คือ

1) รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อการเรียนรู้

2) รูปแบบหลักสูตรสถานศึกษา

3.1) หน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการ

3.2) หน่วยการบูรณาการโครงงาน

4) กิจกรรมสร้างเสริมคุณธรรมและระเบียบวินัย

5) กิจกรรมประเทืองปัญญา

6) กระบวนการกัลยาณมิตร 

C/iaordic action research is the process of collecti ng and analyzing data from the complex, unstable and dynamic sources. This process is synchronized within the task and activities of the pilot project which is in need of applicable resource for development.

The research data came from many sources. The instruments were constructed along each step of the process, relevant to the situation at that time. The research method was simple and adjustable. The important task to ensure the quality of chaordic action research was that, the research teams and the school personnel as the sample were willing to cooperate and really understood the objectives of the research project.

Along the rapid development of the pilot project, reflective thinking and planning systematicall y were required, because in each step, there were many variables and dynamic changing situation in the schools. Data analysis and synthesis had to base on the princi ple and with respect to the initiative teaching methods of the sample. The research result should be clearly presented, applicable and straightforward.

The action research, "Learning reform in the Pilot School: The Selected M odels" was a part of the national pilot stud y: "Learning Reform Schools for Developing Quality of Learners". The sample were 250 pilot schools included all personnel, 10 master teachers, and 44 local research teams. The research instruments were ( 1) the indicator of teachers' teaching behavior and st udents' learning behavior, (2) guidelines for poster presentation, ( 3) notes on school visit, ( 4) 8 weeks field notes of 10 master teachers, (5) 3 pages questionaire comprising 3 open-ended questions, (6) questions for focus group interview and (6) criteria to analyze progress reports of 250 schools.

Findings:

The selected models analyzed from the reform schools were;

( 1)  model of administration and management for learning reform (2)   model of local curriculum

(3.1) integrated learning unit

(3.2) model of project activities(learning unit)

(4)    activities for enhancement of morality and discipline (5)   interest group activities

(6)    model of kalayamamitta (amicable) supervision


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2015 Department of Educational Research and Psychology, Faculty of Education, Chulalongkorn University

วารสารวิธีวิทยาการวิจัย

ISSN 0857-2933

ISSN 2697-4835 (Online)

ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา

คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

254 ถ.พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

โทร 0-2218-2565 ต่อ 7200 และ 0-2218-2559

email: jrmcoordinator@gmail.com