สารบัญ
หน้าที่ 1   learning styles
ลีลาการเรียนรู้ (Learning  Style)

                                                                                               รศ.มัณฑรา  ธรรมบุศย์

 

 

โลกยุคนี้เป็นยุคของความรู้และข้อมูลข่าวสาร  ผู้ใดมีความรู้และข้อมูลมากกว่าย่อมได้เปรียบกว่า  ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลที่เป็นความรู้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน   และทุก ๆ 5 ปีข้อมูลข่าวสารจะทวีขึ้นเป็น 2 เท่า   นอกจากนี้ยังไม่มีใครสามารถสอนความรู้ที่มีอยู่ในโลกนี้ให้แก่เราได้ทั้งหมด    โรงเรียนจึงควรเตรียมเด็ก ๆ และเยาวชนให้รู้จักแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง   เพื่อมิให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นกลายเป็นคนล้าหลัง และก้าวตามโลกไม่ทันภายหลังจากออกจากโรงเรียนแล้ว   การสอนให้เด็กเรียนรู้วิธีเรียนที่ถูกต้อง (Learn how to learn) จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยครูต้องเข้าใจและตระหนักเป็นอันดับแรกว่า เด็กแต่ละคนมีลีลาหรือรูปแบบการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน  ครูที่สามารถรู้ว่าเด็กแต่ละคนในชั้นมีรูปแบบการเรียนรู้เป็นแบบใดจะประสบความสำเร็จในการส่งผ่านความรู้ไปยังนักเรียน  ทำให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างเต็มความสามารถมากที่สุด

 

นักจิตวิทยาที่ศึกษารูปแบบการเรียนรู้หรือลีลาการเรียนรู้ของมนุษย์ (Learning style) ได้พบว่า  มนุษย์สามารถรับข้อมูลโดยผ่านเส้นทางการรับรู้ 3 ทาง  คือ  การรับรู้ทางสายตาโดยการมองเห็น (Visual  percepters)   การรับรู้ทางโสตประสาทโดยการได้ยิน (Auditory percepters)  และ การรับรู้ทางร่างกายโดยการเคลื่อนไหวและการรู้สึก (Kinesthetic percepters)   ซึ่งสามารถนำมาจัดเป็นลีลาการเรียนรู้ได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ   ผู้เรียนแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกันคือ

 

1)  ผู้ที่เรียนรู้ทางสายตา (Visual learner)   เป็นพวกที่เรียนรู้ได้ดีถ้าเรียนจากรูปภาพ    แผนภูมิ  แผนผังหรือจากเนื้อหาที่เขียนเป็นเรื่องราว   เวลาจะนึกถึงเหตุการณ์ใด ก็จะนึกถึงภาพเหมือนกับเวลาที่ดูภาพยนตร์คือมองเห็นเป็นภาพที่สามารถเคลื่อนไหวบนจอฉายหนังได้  เนื่องจากระบบเก็บความจำได้จัดเก็บสิ่งที่เรียนรู้ไว้เป็นภาพ   ลักษณะของคำพูดที่คนกลุ่มนี้ชอบใช้ เช่น   “ฉันเห็น”  หรือ “ฉันเห็นเป็นภาพ…..”

              พวก Visual learner  จะเรียนได้ดีถ้าครูบรรยายเป็นเรื่องราว  และทำข้อสอบได้ดีถ้าครูออกข้อสอบในลักษณะที่ผูกเป็นเรื่องราว  นักเรียนคนใดที่เป็นนักอ่าน  เวลาอ่านเนื้อหาในตำราเรียนที่ผู้เขียนบรรยายในลักษณะของความรู้   ก็จะนำเรื่องที่อ่านมาผูกโยงเป็นเรื่องราวเพื่อทำให้ตนสามารถจดจำเนื้อหาได้ง่ายขึ้น    เด็ก ๆ ที่เป็น Visual learner  ถ้าได้เรียนเนื้อหาที่ครูนำมาเล่าเป็นเรื่อง ๆ จะนั่งเงียบ สนใจเรียน  และสามารถเขียนผูกโยงเป็นเรื่องราวได้ดี  

              ผู้ที่เรียนได้ดีทางสายตาควรเลือกเรียนทางด้านสถาปัตยกรรม  หรือด้านการออกแบบ   และควรประกอบอาชีพมัณฑนากร  วิศวกร   หรือหมอผ่าตัด

              พวก Visual learner จะพบประมาณ 60-65 % ของประชากรทั้งหมด

 

2)  ผู้ที่เรียนรู้ทางโสตประสาท (Auditory  Learner)  เป็นพวกที่เรียนรู้ได้ดีที่สุดถ้าได้ฟังหรือได้พูด จะไม่สนใจรูปภาพ ไม่สร้างภาพ  และไม่ผูกเรื่องราวในสมองเป็นภาพเหมือนพวกที่เรียนรู้ทางสายตา   แต่ชอบฟังเรื่องราวซ้ำ ๆ   และชอบเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง   คุณลักษณะพิเศษของคนกลุ่มนี้ ได้แก่ การมีทักษะในการได้ยิน/ได้ฟังที่เหนือกว่าคนอื่น   ดังนั้นจึงสามารถเล่าเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดละออ และรู้จักเลือกใช้คำพูด

ผู้เรียนที่เป็น Auditory learner  จะจดจำความรู้ได้ดีถ้าครูพูดให้ฟัง  หากครูถามให้ตอบ ก็จะสามารถตอบได้ทันที   แต่ถ้าครูมอบหมายให้ไปอ่านตำราล่วงหน้าจะจำไม่ได้จนกว่าจะได้ยินครูอธิบายให้ฟัง เวลาท่องหนังสือก็ต้องอ่านออกเสียงดังๆ    ครูสามารถช่วยเหลือผู้เรียนกลุ่มนี้ได้โดยใช้วิธีสอนแบบอภิปราย  แต่ผู้ที่เรียนทางโสตประสาทก็อาจถูกรบกวนจากเสียงอื่น ๆ จนทำให้เกิดความวอกแวก เสียสมาธิในการฟังได้ง่ายเช่นกัน

ในด้านการคิด มักจะคิดเป็นคำพูด  และชอบพูดว่า  “ฉันได้ยินมาว่า……../ ฉันได้ฟังมาเหมือนกับว่า……”

พวก Auditory learner  จะพบประมาณ 30-35 % ของประชากรทั้งหมด และมักพบในกลุ่มที่เรียนด้านดนตรี  กฎหมายหรือการเมือง  ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเป็นนักดนตรี  พิธีกรทางวิทยุและโทรทัศน์   นักจัดรายการเพลง (disc jockey)    นักจิตวิทยา  นักการเมือง  เป็นต้น

 

          3)  ผู้ที่เรียนรู้ทางร่างกายและความรู้สึก (Kinesthetic  learner)  เป็นพวกที่เรียนโดยผ่านการรับรู้ทางความรู้สึก การเคลื่อนไหว และร่างกาย  จึงสามารถจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ดีหากได้มีการสัมผัสและเกิดความรู้สึกที่ดีต่อสิ่งที่เรียน   เวลานั่งในห้องเรียนจะนั่งแบบอยู่ไม่สุข  นั่งไม่ติดที่  ไม่สนใจบทเรียน  และไม่สามารถทำใจให้จดจ่ออยู่กับบทเรียนเป็นเวลานาน ๆ ได้  คือให้นั่งเพ่งมองกระดานตลอดเวลาแบบพวก  Visual learner ไม่ได้   ครูสามารถสังเกตบุคลิกภาพของเด็กที่เป็น Kinesthetic learner  ได้จากคำพูดที่ว่า  “ฉันรู้สึกว่า……” 

พวกที่เป็น Kinesthetic learner  จะไม่ค่อยมีโอกาสเป็นพวก Visual learner    จึงเป็นกลุ่มที่มีปัญหามากหากครูผู้สอนให้ออกไปยืนเล่าเรื่องต่าง ๆ หน้าชั้นเรียน   หรือให้รายงานความรู้ที่ต้องนำมาจัดเรียบเรียงใหม่อย่างเป็นระบบระเบียบ  เพราะไม่สามารถจะทำได้    ครูที่ยังนิยมใช้วิธีสอนแบบเก่า ๆ อย่างเช่นใช้วิธีบรรยายตลอดชั่วโมง  จะยิ่งทำให้เด็กเหล่านี้มีปัญหามากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าความรู้สึกของเด็กเหล่านี้ได้ถูกนำไปผูกโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะสิ่งที่เป็นปัจจุบันเท่านั้น  ไม่ได้ผูกโยงกับอดีตหรือเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึงในอนาคต   ครูจึงควรช่วยเหลือพวก Kinesthetic learner ให้เรียนรู้ได้มากขึ้น  โดยการให้แสดงออกหรือให้ปฏิบัติจริง  เช่น ให้เล่นละคร แสดงบทบาทสมมติ สาธิต ทำการทดลอง  หรือให้พูดประกอบการแสดงท่าทาง  เป็นต้น

พวก Kinesthetic learner  จะพบในประชากรประมาณ 5-10 % เท่านั้น  สาขาวิชาที่เหมาะกับผู้เรียนกลุ่มนี้ได้แก่ วิชาก่อสร้าง  วิชาพลศึกษา  และควรประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับงานก่อสร้างอาคาร  หรืองานด้านกีฬา เช่น เป็นนักกีฬา  หรือประเภทที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์   งานที่ต้องมีการเต้น   การรำ  และการเคลื่อนไหว

                       

            การแบ่งลีลาการเรียนรู้ออกเป็น 3 ประเภทดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  เป็นการแบ่งโดยพิจารณาจากช่องทางในการรับรู้ข้อมูล ซึ่งมีอยู่ 3 ช่องทาง ได้แก่ ทางตา ทางหู และทางร่างกาย   แต่หากนำสภาวะของบุคคลในขณะที่รับรู้ข้อมูลซึ่งมีอยู่ 3 สภาวะคือ สภาวะของจิตสำนึก (Conscious)  จิตใต้สำนึก (Subconscious)  และจิตไร้สำนึก (Unconscious)   เข้าไปร่วมพิจารณาด้วย แล้วนำองค์ประกอบทั้ง 2 ด้านคือ องค์ประกอบด้านช่องทางการรับข้อมูล (Perceptual pathways)  กับองค์ประกอบด้านสภาวะของบุคคลขณะที่รับรู้ข้อมูล (States of consciousness) มาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน   จะสามารถแบ่งลีลาการเรียนรู้ออกได้ถึง 6 แบบ   คือ

             1)  ประเภท V-A-K   เป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ดีที่สุดหากได้อ่านและได้เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ผู้อื่นฟัง  เป็นเด็กดีที่ขยันเรียนหนังสือ แต่ไม่ชอบเล่นกีฬา

             2)  ประเภท V-K-A  เป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ดีที่สุดหากได้ลงมือปฏิบัติตามแบบอย่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า และได้ตั้งคำถามถามไปเรื่อย ๆ  โดยปกติจะชอบทำงานเป็นกลุ่ม

             3)  ประเภท A-K-V  เป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ดีที่สุดหากได้สอนคนอื่น  ชอบขยายความเวลาเล่าเรื่อง   แต่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านและการเขียน

             4)  ประเภท A-V-K   เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเจรจาติดต่อสื่อสารกับคนอื่น  พูดได้ชัดถ้อยชัดคำ    พูดจามีเหตุมีผล   รักความจริง  ชอบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ และวิชาที่ต้องใช้ความคิดทุกประเภท  เวลาเรียนจะพยายามพูดเพื่อให้ตนเองเกิดความเข้าใจ  ไม่ชอบเรียนกีฬา 

            5) ประเภท K-V-A   เป็นผู้ที่เรียนได้ดีที่สุดหากได้ทำงานที่ใช้ความคิดในสถานที่เงียบสงบ  สามารถทำงานที่ต้องใช้กำลังกายได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องให้ครูคอยบอก  หากฟังครูพูดมาก ๆ อาจเกิดความสับสนได้

              6)  ประเภท K-A-V  เป็นผู้ที่เรียนได้ดีหากได้เคลื่อนไหวร่างกายไปด้วย  เป็นพวกที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง  จึงถูกให้ฉายาว่าเป็นเด็กอยู่ไม่สุข  มักมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านและการเขียน

  

ตัวอย่างเช่น   ผู้ที่เป็น Visual learner (V) ในสภาวะของจิตสำนึก   เป็น Kinesthetic learner  (K) ในสภาวะของจิตใต้สำนึก   และเป็น Auditory learner (A) ในสภาวะของจิตไร้สำนึก  จะมีลีลาการเรียนรู้เป็นประเภท V-K-A     เวลเดน (Whelden)  นักจิตบำบัดและผู้ให้คำปรึกษาในโรงเรียนกล่าวว่า  ส่วนใหญ่แล้วพวกเราทุกคนจะมีลีลาการเรียนรู้เฉพาะตัวเป็นแบบใดแบบหนึ่งใน แบบนี้เสมอ  โดยลีลาการเรียนรู้เหล่านี้จะถูกกำหนดเป็นแบบแผนที่ตายตัวเมื่ออายุประมาณ 7 ขวบ  แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในเด็กบางคนซึ่งก็เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก  

 

การที่ครูได้รู้ว่าเด็กในชั้นเรียนมีลีลาการเรียนรู้เป็นแบบใด  จึงมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดสภาพการเรียนการสอน  และยังช่วยให้ครู :-

Ø  สามารถช่วยเหลือเด็กให้รู้จักคิดและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้ดีที่สุดเท่าที่เด็กจะสามารถทำได้เข้าใจพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กที่ไม่เหมือนกัน

Ø    เข้าใจปัญหาที่เกิดจากการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน 

 

ตัวอย่างเช่น เด็กที่เป็น Auditory learner  จะมีปัญหาคือพูดมากที่สุดและมีปัญหาเกี่ยวกับการเขียนมากที่สุด  เพราะฉะนั้นข้อสอบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน (โดยเฉพาะข้อสอบอัตนัย) จึงเกิดปัญหามากที่สุดกับนักเรียนที่เป็น Auditory learner  กับ  Kinesthetic learner   แต่จะไม่เป็นปัญหากับนักเรียนที่เป็น Visual learner เนื่องจากนักเรียนกลุ่มหลังนี้สามารถเรียนรู้ได้ดีถ้าครูสอนแบบบรรยาย และสามารถทำข้อสอบประเภทที่สอบวัดความจำได้ดีด้วย


การสำรวจลีลาการเรียนรู้

แม้ว่าการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน  การสัมภาษณ์ผู้ปกครอง หรือการศึกษาจากผลการเรียนรู้ในรายวิชาต่าง ๆ ของนักเรียน จะเป็นวิธีการทั่วไปที่ครูสามารถนำมาใช้พิจารณาถึงลีลาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้  แต่การใช้แบบสำรวจต่อไปนี้ก็อาจช่วยให้ครูค้นหาลีลาการเรียนรู้ได้อีกวิธีหนึ่ง  

 

แบบสำรวจชุดที่ 1 

      คำสั่ง    ให้ทำเครื่องหมาย  X  หน้าข้อความที่บรรยายถึงลักษณะของท่านได้ดีที่สุด

   1. ท่านจดจำเนื้อหาที่ครูบรรยายได้ดีที่สุดเมื่อ :

          . ตั้งใจฟังเพียงอย่างเดียว โดยไม่จดคำบรรยาย

          . ได้นั่งใกล้ ๆ หน้าชั้นเรียน และสายตาจ้องไปที่ผู้สอน

            . ได้จดคำบรรยายตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องจ้องไปที่ผู้สอน

   2. เวลาท่านประสบปัญหา  ท่านแก้ไขปัญหาโดย :

          . ปรับทุกข์กับเพื่อน หรือบางครั้งก็แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

          . วางแผนในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยทำไปตามลำดับขั้นตอน

          . หางานมาทำ เดินเล่น หรือทำกิจกรรมที่ต้องออกใช้กำลังกาย

3. หากท่านไม่สามารถจดเบอร์โทรศัพท์ในสมุดบันทึกได้  ท่านใช้วิธีจำเบอร์โทรศัพท์

    โดย :

           . ทวนหมายเลขโทรศัพท์นั้นโดยเปล่งเสียงออกมา

           . ใช้วิธีการมอง หรือจดจำเป็นภาพตัวเลขในสมอง

           . ใช้นิ้วมือเขียนเป็นหมายเลขนั้น ๆ บนโต๊ะหรือฝาผนัง

4. ท่านเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ดีที่สุด เมื่อ :

           . ฟังคนอื่นอธิบายถึงวิธีทำ

           . ดูการสาธิตวิธีทำ

           . พยายามทดลองทำด้วยตนเอง

    5. หลังจากดูภาพยนตร์แล้ว  สิ่งที่ท่านยังจดจำได้อย่างชัดเจน ได้แก่

           . บทสนทนาในภาพยนตร์ เสียงดนตรี หรือเสียงเพลงในภาพยนตร์

           . ฉากต่าง ๆ  เช่น ทิวทัศน์  หรือเสื้อผ้าของผู้แสดง

           . ข้อเท็จจริงต่าง ๆ   เช่น เหตุการณ์สู้รบกันในสงคราม เป็นต้น

 6. ท่านต้องการไปซื้อของที่ร้าน แต่บังเอิญไม่ได้นำรายการของที่จะซื้อติดตัวไปด้วย

      ท่านจะทำอย่างไร

. ทบทวนรายการของที่จะซื้อภายในใจหรือพูดออกมาเบา ๆ

           . เดินดูรายการตามชั้นวางของ

           .  ตามปกติ ท่านสามารถจดจำรายการของที่จะไปซื้อได้อยู่แล้ว

   7. หากต้องการนึกถึงเรื่องราวในอดีต   ท่านจะใช้วิธี :-

. ระลึกจากเสียงที่ได้ยินในสมองว่าเกิดอะไรขึ้น

           . ระลึกจากภาพที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์

           . ระลึกจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้น ๆ

   8. ท่านจะเรียนภาษาต่างประเทศได้ดี หากเรียนโดย :

           . ฟังจากเทปบันทึกเสียง

           . ได้เขียนและอ่านคู่มือการเรียนประกอบ

           . ต้องเข้าไปนั่งเรียนในชั้นที่มีทั้งการอ่านและการเขียน

    9. ท่านรู้สึกสับสนไม่แน่ใจว่าศัพท์คำนั้นสะกดอย่างไร  ท่านจะมีวิธีการนึกคำสะกด

       ที่ถูกต้องได้อย่างไร

           . เปล่งเสียง สะกดเป็นคำออกมา

           . พยายามนึกในสมองว่าศัพท์คำนั้นสะกดอย่างไร

           . เขียนคำศัพท์นั้นในกระดาษหลาย ๆ คำ แล้วเลือกคำที่คิดว่าใกล้เคียงที่สุด

   10. ท่านจะรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินที่สุด หากได้อ่านหนังสือประเภทที่ :       

            . มีบทสนทนาระหว่างตัวละครมาก ๆ

            . มีแต่คำพรรณนาบรรยายเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยท่านต้องนึกภาพเหตุการณ์เอง

            . มีการเล่าเป็นเรื่องราว  โดยบรรยายให้เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกฉากทุก

             ตอน ตั้งแต่ต้นเรื่อง  (เพราะท่านนั่งอ่านหนังสือนาน  ๆ ไม่ได้)

   11. ท่านสามารถจำคนที่เคยรู้จักหรือเคยพบกันมาแล้วในลักษณะใด

            . จำชื่อได้  แต่นึกใบหน้าไม่ออก

            . จำใบหน้าได้  แต่นึกชื่อไม่ออก

            . จำได้แต่กิริยาท่าทาง  เช่น การเดิน  การพูด  (จำชื่อ จำหน้าไม่ได้)

   12. ท่านรู้สึกรำคาญใจกับเรื่องใดมากที่สุด

            . เสียงต่าง ๆ

            . คน

            . สิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิที่ร้อนหรือหนาวเกินไป  อุปกรณ์ตกแต่งห้อง  

13. ตามปกติแล้ว ท่านนิยมคนที่แต่งกายอย่างไร

            . แต่งกายดีพอใช้ (เพราะไม่คิดว่าเสื้อผ้าเป็นเรื่องสำคัญ)

            . แต่งกายประณีต (เสื้อผ้าต้องทันสมัย หลายสไตล์)

            . แต่งกายสบาย ๆ (เพื่อความคล่องตัว สะดวกในการเคลื่อนไหว)

   14. หากท่านไม่สามารถทำกิจกรรมที่ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ และไม่สามารถอ่านหนังสือในขณะนั้นได้  ท่านจะ :

            . คุยกับเพื่อนแทน

            . ดูทีวี หรือมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง

            . นั่งเล่นบนเก้าอี้ หรือนอนเล่นบนเตียง

 

การแปลความหมาย  

      1)  คะแนนรวมแต่ละข้อ   มีความหมายดังนี้

Ø    ข้อ ก   หมายถึง   เรียนได้ดีที่สุดจากการฟัง  (hearing)

Ø    ข้อ ข   หมายถึง   เรียนได้ดีที่สุดจากการมอง การดู  (seeing)

Ø    ข้อ ค   หมายถึง   เรียนได้ดีที่สุดจากการสัมผัส การลงมือทำ และการเคลื่อนไหว

                                             (touching  doing and moving)                        

     2)  คะแนนรวมที่ได้สูงสุด แสดงว่า ท่านมีความถนัดในการใช้รูปแบบข้อนั้นมากที่สุด

                  

แบบสำรวจชุดที่ 2

    คำสั่ง  :  ให้ใส่หมายเลขหน้าข้อความ  โดยใช้สเกลต่อไปนี้แทนความรู้สึกนึกคิดของท่าน

                หมายเลข 3   หมายถึง  เหมือนท่านมากที่สุด

                หมายเลข 2   หมายถึง  เหมือนท่านบางเวลา

                หมายเลข 1   หมายถึง  เหมือนท่านน้อยที่สุด

1.      ฉันมักจะวาดแผนที่ให้กับคนที่ไม่รู้เส้นทางมากกว่าที่จะบอกรายละเอียดของเส้นทางนั้น

2.      ถ้าฉันโกรธหรือมีความสุข  ฉันจะรู้ได้ทันทีถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอารมณ์เหล่านั้น

3.      ฉันเล่นดนตรีหรือเคยเล่นเครื่องดนตรีอย่างใดอย่างหนึ่ง

4.      เวลาฟังดนตรี ฉันจะเชื่อมเสียงดนตรีให้เข้าถึงอารมณ์ของฉัน

5.      ฉันสามารถบวกลบเลขในสมองได้อย่างรวดเร็ว

6.   ฉันชอบช่วยเหลือเพื่อนที่รู้สึกไม่สบายใจหรือมีปัญหา เพราะฉันสามารถจัดการกับปัญหานั้นได้ด้วยความรู้สึกที่คล้ายคลึงกับความรู้สึกของเพื่อน

7.      ฉันชอบทำงานที่เกี่ยวกับการคิดคำนวณและคอมพิวเตอร์

8.      ฉันเรียนรู้จังหวะเต้นรำใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

9.      เวลาที่มีการอภิปรายหรือมีการโต้แย้ง ฉันสามารถพูดในสิ่งที่ฉันคิดอยากจะพูดได้โดยไม่ยาก

10.  ฉันรู้สึกสนุกกับการฟังคำบรรยาย  คำปราศรัย  หรือฟังเทศน์

11.  ไม่ว่าฉันจะอยู่ ณ ที่แห่งใด ฉันจะรู้จักบริเวณต่าง ๆ ของสถานที่นั้น ๆ เป็นอย่างดี

12.  ฉันชอบให้คนหลาย ๆ คนมารวมกลุ่มกันในเหตุการณ์เดียวกัน

13.  ชีวิตที่ปราศจากดนตรีย่อมมีแต่ความว่างเปล่า

14.  ฉันเข้าใจภาพวาดและแผนภูมิที่แนบมากับอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ได้ดี

15.  ฉันชอบเล่นเกมปริศนาและเกมคอมพิวเตอร์

16.  การเรียนขี่จักรยานหรือการเล่นสเก็ตไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉัน

17.  ฉันรู้สึกหงุดหงิดใจหากได้ยินคนบอกให้ทำตามแผน

18.  ฉันสามารถพูดจูงใจผู้อื่นให้ทำตามแผนของฉัน

19.  ฉันมีความรู้สึกที่ดีในเรื่องการถ่วงดุลย์ (balance) และการประสานกัน (coordination)

20.  ฉันมักจะมองเห็นรูปแบบและความสัมพันธ์ของจำนวนเลขต่าง ๆ ได้ง่ายและเร็วกว่าคนอื่น ๆ

21.  ฉันชอบสร้างแบบจำลอง  ชอบงานปฏิมากรรม หรืองานออกแบบ

22.  ฉันเข้าใจความหมายของคำ วลี  และการแบ่งวรรคตอนในงานเขียนทุกประเภท

23.  ฉันสามารถมองไปที่วัตถุเพียงด้านเดียว แต่มองเห็นวัตถุนั้นหมุนไปด้านข้างหรือหมุนกลับมาที่   เดิมได้โดยไม่ยากนัก

24.  ฉันมักเชื่อมโยงบางส่วนของเพลงให้เข้ากับเหตุการณ์บางช่วงของชีวิต

25.  ฉันชอบแก้ปัญหาที่มีตัวเลขและรูปทรงต่าง ๆ

26. ฉันชอบนั่งคนเดียวเงียบ ๆ และสะท้อนความรู้สึกที่อยู่ภายในของตนเอง

27. ฉันมีความสุขกับการมองพวกรูปทรงและโครงสร้างของตึกต่าง ๆ

28. เวลาอยู่คนเดียว  ฉันชอบฮัมเพลง ผิวปาก หรือร้องเพลงขณะที่อาบน้ำ

29. ฉันมีความสามารถด้านกีฬา (หรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการออกกำลังกาย)

30. ฉันชอบเขียนจดหมายถึงเพื่อน  แต่งนิทาน  หรือเขียนเรื่องราวต่าง ๆ

31. ฉันระวังการแสดงออกทางใบหน้าอยู่เสมอ

32. ฉันไวต่อความรู้สึกที่แสดงออกทางใบหน้าของผู้อื่น

33. ฉันสัมผัสได้ถึงอารมณ์ภายในของตนเอง และสามารถบอกถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

34. ฉันไวต่ออารมณ์ของผู้อื่น

35. ฉันสามารถรู้ได้ว่าคนอื่นมีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับตัวฉัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การให้คะแนนและการแปลความหมาย

       .  ให้นำคะแนนในแต่ละข้อมาใส่ในตารางคะแนน ดังนี้ 

1)      คะแนนข้อ 9, 10, 17, 22, และ 30  ใส่ในช่อง เก่งภาษา

2)      คะแนนข้อ 5, 7, 15, 20, และ 25   ใส่ในช่อง เก่งตรรกะและเลข

3)      คะแนนข้อ 1, 11, 14, 23, และ 27  ใส่ในช่อง เก่งมิติสัมพันธ์

4)      คะแนนข้อ 8, 16, 19, 21, และ 29  ใส่ในช่อง เก่งเคลื่อนไหว

5)       คะแนนข้อ 3, 4, 13, 24, และ 28  ใส่ในช่อง เก่งดนตรีคะแนน

6)       ข้อ 2, 6, 26, 31, และ 33  ใส่ในช่องเก่งรู้จักตนเองคะแนน

7)   ข้อ 12, 18, 32, 34, และ 35  ใส่ในช่อง เก่งรู้จักผู้อื่น                                   .  ให้รวมคะแนนในแต่ละช่องใส่ในช่อง (A)

       .  ให้รวมคะแนนทั้งหมดใส่ในช่อง (B)                                         

       .  ให้คิดเปอร์เซ็นต์รวมของรูปแบบการเรียนรู้ในแต่ละช่อง   วิธีคิดคือ  ให้นำคะแนนในช่อง A หารด้วยคะแนนในช่อง B   ตัวอย่างเช่น คะแนน (A) ในช่องเก่งภาษา ได้เท่ากับ 10  ส่วนคะแนนรวม  (B)  ได้เท่ากับ 61  เพราะฉะนั้นคะแนนรวมในช่องภาษาเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะได้เท่ากับ .163 หรือ 16 %                     

 

รูปแบบการเรียนรู้

(Learning style)

 

 

 

 

 

(A) คะแนน

รวมในแต่ละ

รูปแบบการ

เรียนรู้

% รวมใน

แต่ละรูปแบบ

การเรียนรู้

1. เก่งภาษา  (Linguistic)

9

10

17

22

30

 

 

2. เก่งตรรกะและเลข (Logical – Mathematical)

5

7

15

20

25

 

 

3. เก่งมิติสัมพันธ์ (Visual – Spatial)

1

11

14

23

27

 

 

4. เก่งเคลื่อนไหว (Bodily – Kinesthetic)

8

16

19

21

29

 

 

5. เก่งดนตรี (Musical)

3

4

13

24

28

 

 

6. เก่งรู้จักตนเอง (Intrapersonal)

2

6

26

31

33

 

 

7. เก่งรู้จักผู้อื่น (Interpersonal)

12

18

32

34

35

 

 

 

 

 

 

 

 

คะแนนรวม

(B) =

% รวม =

100%

 


ลีลาการเรียนรู้กับลักษณะทางบุคลิกภาพ

 

การค้นหาลีลาการเรียนรู้โดยใช้แบบสำรวจที่นักจิตวิทยาสร้างขึ้นอาจจะสะดวกในการให้ผู้เรียนสำรวจตนเอง   แต่ถ้าครูไม่มีเวลาพอ   ครูสามารถสังเกตจากพฤติกรรมของนักเรียนขณะที่อยู่ในชั้นเรียน  โดยอาจใช้แนวทางของ   Anthony  Grasha กับ Sheryl Riechmann  คือ สังเกตจาก ปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับครูผู้สอน และสังเกตจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับเพื่อนร่วมห้อง 

Grasha กับ Riechmann  ได้แบ่งลีลาการเรียนรู้ของนักเรียนในชั้นเรียนตามลักษณะบุคลิกภาพของผู้เรียนออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ แบบแข่งขัน  แบบร่วมมือ  แบบหลบหนี  แบบมีส่วนร่วม  แบบพึ่งผู้อื่น  แบบพึ่งตนเอง  รายละเอียดปรากฏในตารางข้างล่างนี้

 

   บุคลิกภาพ

   ของผู้เรียน

          ลีลาการเรียนรู้

     กิจกรรมในชั้นเรียนที่ชอบ

1. แบบแข่งขัน

(Competitive)

1)  เรียนเนื้อหาเพื่อสอบให้ได้คะแนน

สูงกว่าคนอื่น

2)  แข่งขันกับผู้อื่นเพื่อหวังรางวัล

เช่น คะแนน ความรักจากครู ฯลฯ

3)  สถานการณ์ในชั้นเรียนมีลักษณะ

ชนะหรือแพ้ และ “ฉันต้องชนะ”

1)      ชอบเป็นผู้นำกลุ่มในการอภิปราย

หรือเป็นผู้นำโครงการ

2)      ชอบถามในชั้นเรียน

3)      หวังรางวัลหรือคำชมเชยคนเดียว

ในการทำกิจกรรมกลุ่ม

4)      ชอบห้องเรียนที่มีลักษณะเป็น teacher-centered

2. แบบร่วมมือ

(Collaborative)

1)      เรียนได้ดีที่สุดและได้เนื้อหามาก

ที่สุดถ้าได้แบ่งปันความรู้กับเพื่อน

2)      ให้ความร่วมมือกับครูและเพื่อน

และชอบการร่วมมือ

3)  ห้องเรียนเป็นแหล่งปฏิสัมพันธ์

ทางสังคมและการเรียนรู้เนื้อหา

1)      ชอบการบรรยายในลักษณะที่

ผู้เรียนมีส่วนอภิปรายในกลุ่มย่อยด้วย

2)      ชอบให้ผู้เรียนเป็นผู้กำหนดเนื้อหา

ส่วนครูเป็นผู้ทำหน้าที่ให้ความรู้

3)      ชอบให้เพื่อนเป็นผู้กำหนดเกรด

4)      ชอบคุยเรื่องราวในชั้นเรียนกับ

เพื่อน ๆ เวลาอยู่นอกห้องเรียน

3. แบบหลบหนี

(Avoidant)

1)      ผู้เรียนไม่สนใจรายวิชาที่ครูยัง

ใช้การสอนแบบดั้งเดิม

2)      ไม่ให้ความร่วมมือกับครูและ

เพื่อนในชั้นเรียน

3)      ไม่สนใจเรียนหรือบางครั้งก็ให้

ความสนใจจนเกินขอบเขต

1)   ชอบหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมใน

ชั้นเรียน

2)      ไม่ชอบการสอบ ชอบให้ประเมิน

ตนเองหรือใช้ระบบให้ทุกคนผ่านหมด

3)      ไม่ต้องการให้ครูมอบหมายงานให้

อ่านหรือค้นคว้า

4)      ไม่ชอบครูที่ตั้งใจหรือสนใจสอน

5)      ไม่ชอบให้ครูกับผู้เรียนปฏิสัมพันธ์

กันเป็นรายบุคคล

6)      ไม่ชอบครูที่เตรียมการบรรยายมา

เป็นอย่างดี

4. แบบมีส่วน

    ร่วม

(Participant)

1)      ต้องการเนื้อหาความรู้จากครูและ

ชอบเรียนหนังสือ

2)  รับผิดชอบในการค้นคว้าความรู้

นอกชั้นเรียนเพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุด

3)  ให้ความร่วมมือกับกลุ่มเมื่อได้รับ

มอบหมายงาน

1)      ชอบการบรรยายแบบอภิปราย

2)      ผู้เรียนต้องมีโอกาสอภิปรายด้วย

3)      ชอบการสอบที่มีข้อสอบทั้งแบบ

ปรนัยและอัตนัย

4)      ชอบให้ครูมอบหมายงานให้อ่าน

5)      ชอบครูที่มีความสามารถในการ

วิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหาได้เป็น

อย่างดี

5.. แบบพึ่งผู้อื่น (Dependent)

 

 

1)      ไม่ค่อยกระตือรือร้นในการเรียน

และจะเรียนเฉพาะที่ครูสอนเท่านั้น

2)      มองว่าครูกับเพื่อนเป็นแหล่งของ

ความรู้และเป็นผู้ให้การช่วยเหลือ

3)  มองหาคนที่มีอำนาจสั่งการเพื่อ

ให้คำแนะนำและแนะแนวการเรียน

1)      ชอบให้ครูเขียนโครงร่างหรือจด

โน้ตย่อให้บนกระดานดำ

2)      ชอบให้ครูกำหนดเส้นตายในการ

ส่งงาน

3)      ชอบห้องเรียนที่มีลักษณะเป็น

teacher-centered

6. พึ่งตนเอง (Independent)

1)      ชอบคิดเอง

2)      ชอบทำงานคนเดียวมากกว่า แต่

ก็ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น

ด้วย

3) จะเรียนเฉพาะเนื้อหาที่ตนคิดว่า

สำคัญเท่านั้น

4) เชื่อมั่นความสามารถในการเรียนรู้

ของตนเอง

1)      ชอบศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

และชอบสอนตนเอง

2)      ชอบเรียนเนื้อหาที่มีลักษณะเป็น

ปัญหาซึ่งผู้เรียนมีโอกาสคิดหาคำตอบ

ได้ด้วยตนเอง

3)      ชอบโครงการที่ผู้เรียนเป็นคนคิด

ออกแบบเอง

4)      ชอบห้องเรียนที่มีลักษณะเป็น

student-centered

      

 

 

 

การแก้ไขจุดบกพร่องที่เกิดจากลีลาการเรียนรู้

1.      เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ทางด้านการฟัง  (Auditory learning)

Ø    ให้ฝึกทักษะในการฟัง

Ø    ฝึกทักษะในการจดโน้ตย่อ

Ø    ฝึกสมาธิในการฟังคำบรรยาย

Ø    เรียนวิชาที่เกี่ยวกับการพูดในที่สาธารณะ

Ø    พกสมุดโน้ตเล่มเล็ก ๆ เพื่อคอยจดข้อมูลที่ได้จากการฟัง

Ø    สรุปเนื้อหาสาระที่ได้จากการฟัง

Ø    ศึกษาบทเรียนร่วมกับเพื่อนที่มีลักษณะเป็น Auditory learner

2.      เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในด้านการมองเห็น  (Visual learning)

Ø    ให้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีเขียนและเวลาที่เหมาะสมในการเขียนแผนภาพ

Ø    เรียนรู้วิธีทำแผนผังความคิด (Mapping)

Ø    นำโน้ตย่อที่จดไว้จากกระดานดำมาคัดลอกหรือมาเขียนซ้ำใหม่หลาย ๆ ครั้ง

Ø    ศึกษาการทำงานของภาพลายเส้น

Ø    ศึกษาบทเรียนร่วมกับเพื่อนที่มีลักษณะเป็น Visual learner

Ø    เรียนรู้วิธีสังเกตและวิธีอ่านภาพทั่วไปและภาพลายเส้น

3.  เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในด้านการประยุกต์ใช้   (Applied learning)

Ø    ให้ใส่ใจเกี่ยวกับการนำบทเรียนไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ

Ø    ฝึกถามและตอบคำถามที่ว่า “ฉันจะนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

Ø    ศึกษาคำถามเพื่อการอภิปรายที่อยู่ท้ายบทของหนังสือตำรา

Ø    หากมีการอภิปรายเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ ให้จดบันทึกไว้

Ø    เขียนสรุปย่อเกี่ยวกับขั้นตอน  คำแนะนำ  กระบวนการและวิธีการ

Ø    ใช้ภาพประกอบ

Ø    ค้นหาประโยชน์ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดความคิด

Ø    พยายามถามว่า  “สิ่งเหล่านั้นทำงานได้อย่างไร  มากกว่าที่จะถามว่า “ทำไมมันจึงต้องทำอย่างนั้น

4. เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในด้านความคิดรวบยอด   (Conceptual learning)

Ø  ฝึกถามและตอบคำถามอย่างเช่น  “ทำไมเรื่องนั้นจึงมีความสำคัญ  หรือ “เราจะรู้ได้อย่างไร  หรือ “ทำไมจึงต้องเป็นอย่างนี้  และ “อะไรจะเกิดขึ้นถ้า………..”

Ø    มองหาภาพที่มีขนาดใหญ่ แล้วศึกษาความสัมพันธ์ของสิ่งที่อยู่ในภาพนั้น

Ø    พยายามสร้างรูปแบบจำลองและทฤษฎีให้มาก ๆ

Ø    จัดกลุ่มข้อมูลและความคิดแล้วแทนด้วยสัญลักษณ์

Ø    มองหารูปแบบที่จัดเป็นระเบียบแบบแผนไว้แล้ว

Ø    สรุปย่อเนื้อหาที่เรียนในชั้น และอ่านงานที่ครูมอบหมาย

Ø    ใช้วิธีอ่านเนื้อหาล่วงหน้าให้มาก ๆ

Ø    พยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหา

Ø    เชื่อมโยงคำบรรยายให้เข้ากับเนื้อหาที่ครูมอบหมายให้อ่าน

5.  เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในด้านมิติสัมพันธ์  (Spatial learning)

Ø    ให้แปลความหมายแผนภูมิและแผนภาพในรูปของภาษา

Ø    บันทึกขั้นตอนและกระบวนการต่าง ๆ ในรูปของภาษา

Ø    ศึกษาและวาดแผนภูมิที่อยู่ในหนังสือตำราซ้ำหลาย ๆ ครั้ง

Ø    สรุปหน้าที่และประเด็นสำคัญ ๆ ของแผนภูมิโดยเขียนในรูปของภาษา

6. เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในด้านการเข้าสังคม  (Social learning)

Ø    ให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของชั้นเรียน

Ø    ใสใจกับความรู้สึกของผู้คน

Ø    เรียนรู้ภาษากาย

Ø    เข้ากลุ่มหรือชมรมเพื่อทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน

Ø    พยายามรู้จักเพื่อนในห้องเรียน

7.      เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในด้านการพึ่งตนเอง  (Independent learning)

Ø    ฝึกทักษะเรื่องการบริหารเวลา

Ø    ตั้งเป้าหมายและดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

Ø    กำหนดเวลาที่แน่นอนในการทำงานแต่ละครั้ง

8.  เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในด้านความคิดสร้างสรรค์  (Creative learning)

Ø    ให้เขียนโดยอิสระ หรือให้ระดมพลังความคิด (Brainstorming)

Ø    ฝึกคิดสร้างสรรค์โดยการสร้างภาพหรือคิดจินตนาการภาพ

Ø    ศึกษาร่วมกับเพื่อนที่มีหัวคิดในทางสร้างสรรค์

9.  เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้ในด้านการลงมือปฏิบัติ  (Pragmatic learning)

Ø    พัฒนาทักษะในการจัดสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ

Ø    ตั้งเป้าหมายและกำหนดเวลาให้แน่นอน

Ø    เขียนสรุปย่อเกี่ยวกับกระบวนการและวิธีในการปฏิบัติ

Ø    ใช้เวลาแต่ละสัปดาห์ในการจัดการกับอุปกรณ์การเรียนวิชาต่าง ๆ ให้เรียบร้อย

Ø    ศึกษาร่วมกับเพื่อนที่ชอบลงมือปฏิบัติเหมือนกัน

Ø    ใช้โครงร่างในการจัดข้อมูลให้เป็นระบบ

สรุป

        แม้ว่าเด็กแต่ละคนจะมีลีลาการเรียนรู้เฉพาะตัว   แต่ก็ไม่มีผู้เรียนคนใดที่ใช้ลีลาการเรียนรู้แบบใดแบบหนึ่งอยู่ตลอดเวลา  ส่วนใหญ่จะใช้หลาย ๆ แบบคาบเกี่ยวกัน  โดยลีลาที่ตนถนัดที่สุดจะถูกนำมาใช้มากกว่ารูปแบบอื่น  นอกจากนี้ยังไม่มีใครที่สามารถจะจดจำสิ่งที่ตนได้พบเห็น หรือได้ยิน ได้ฟังไว้ในสมองของตนอยู่ได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน   แต่เราทุกคนจะจดจำได้ดีที่สุดเมื่อได้ลงมือกระทำด้วยตนเองเท่านั้น   ดังภาษิตจีนที่ว่า  “ฉันได้ยินและฉันก็ลืม   ฉันเห็นและฉันก็จำได้    ฉันทำและฉันจึงเข้าใจ” 

 

เอกสารอ่านประกอบ
Felder, Richard  M., and  Solomon, Barbara A.  Learning Styles and Strategies.   
http://www2.ncsu.edu/unity/lockers/

Are learning styles tests for you?   http://www.themestream.com

Study  Strategies  Homepage.   http://www.d.umn.edu/student/loon/acad/strat/

Learning  Styles.    http.//snow.utoronto.ca/Learn2/mod3/index.htm/

Teaching and Learning Styles.   http://www.lle.mdx.ac.uk/site/docs/gps/PowerPoint/Teaching_

           Learning_htm/index. Htm

Learning Styles.   http://www.weac.org/kids/june96/styles.htm

Learning Styles and the 4 Mat System; A Cycle of  Learning.   http://volcano.und.nodak.

edu/vwdocs/msh/llc/is/4mat-html

Learning Path.   http://www.utenti.tripod.it/learning-paths/English/EnglishHome.htm

Learning Lap-Learning Styles Evaluation.  http://bsd-server.nc.edu/virtcol/ss/learn-html

Learning Styles and Autism.   http://www.autism.org/styles.html

Compensating for Weakness In Learning Style.  http://ccc.comment.edu/facult/~

             simonds/styles/compensate.htm

 
 
 
หน้าที่ 1 / 1    คลิกดูสารบัญ
History (version update) => |First|Back|Next|Last
 
Create by สุริษฏา โสตถิวันวงศ์ [ วันที่ 15 มิถุนายน 2552 เวลา 11:55:52 ]
Update by สุริษฏา โสตถิวันวงศ์ [ วันที่ 15 มิถุนายน 2552 เวลา 11:55:52 ]
อ่าน 46936 ครั้ง
เพิ่มเขียน Blog ใหม่| แก้ไขสมัครสมาชิกระบบ
ความคิดเห็นที่ 979
You are very talented in making quality articles. Please give me guidance for the article I made, I hope you visit it <a href="http://www.asiabet4d.online/">Agen Togel Online Terpercaya</a> thank you.
<a href="http://www.analisamimpi.net/">Prediksi Togel dan Bola Terupdate</a>


แสดงความคิดเห็นโดย Asiabet4d E-mail : muadianggun99@gmail.com [ วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 03:45:32 ]

 
ความคิดเห็นที่ 978
This article has provided a lot of important information to everyone. I am happy to read the information in this article. Thanks for Sharing
http://hulabirdfestival.org


แสดงความคิดเห็นโดย Quinza Callysta E-mail : quinzacallysta95@gmail.com [ วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 16:17:07 ]

 
ความคิดเห็นที่ 977
I am looking for a longer period of time. You have informative article, thanks for sharing your web page http://premier-escorts.org

แสดงความคิดเห็นโดย Olive Carnes E-mail : olivecarnes@gmail.com [ วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 13:53:54 ]

 
ความคิดเห็นที่ 976
Not everyone can think about that, it really hard to do tho, but if follow this way, it become possible to success. Thank for your shared. http://yesmoviess.to/

แสดงความคิดเห็นโดย Rooters E-mail : rootersgoodboy96@gmail.com [ วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 11:39:51 ]

 
ความคิดเห็นที่ 975
Thank you for sharing. I have been searching for it for a long time. It is fortunate to see it from your article. If you want to watch movies, go to my site http://solarmoviesc.to/

แสดงความคิดเห็นโดย mimi E-mail : mimi2809@gmail.com [ วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 11:36:48 ]

 
ความคิดเห็นที่ 974
I found this article useful. I will definitely recommend it to my friends. and if abjn wants to watch free movies then go to my page to help me. http://fmoviesc.to/

แสดงความคิดเห็นโดย hana E-mail : hanamimi20@gmail.com [ วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 11:33:18 ]

 
ความคิดเห็นที่ 973
Thanks for the interesting card sharing from you. This is my website, if you like watching movies, go in there. thank you http://123moviesc.to/

แสดงความคิดเห็นโดย yumi yumi E-mail : Bsjssjzjjzxhzhzh@gmail.com [ วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 11:32:23 ]

 
ความคิดเห็นที่ 972
Permainan Kartu Online atau salah satu yang paling terkenal diantaranya adalah Poker Online, panen poker hadir untuk memberikan solusi dari kegelisahan para member terhadap banyaknya penipuan situs judi online yang tidak membayar kemenangan membernya, panenpoker menjamin untuk membayarkan berapapun kemenangan yang diraih para member dan tidak pilih kasih, baik itu member baru maupun member lama.

http://panen.club/


แสดงความคิดเห็นโดย ahmadlee E-mail : ahmadlee@gmail.com [ วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 02:32:33 ]

 
ความคิดเห็นที่ 971
Sebagai Situs Agen Judi Online Indonesia, <a href="http://panenterbaik.com/" >panenpoker"="" target="_blank"> menjanjikan professional dari para Customer Service yang siap melayani 1x24 jam dalam 1 hari dan 7 hari dalam 1 minggu, itulah moto kami.

แสดงความคิดเห็นโดย Gerald E-mail : panengerald@gmail.com [ วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลา 02:18:27 ]

 
ความคิดเห็นที่ 970
http://www.logambiru.com

แสดงความคิดเห็นโดย meysamanda E-mail : sbobetssdaftar00@gmail.com [ วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 19:12:51 ]

 
ความคิดเห็นที่ 969
http://sbokaisar.com
http://3.113.62.4
http://agen333.net
http://94.237.77.149
http://bintangjudi.club
http://agenbintang.net
http://sbobetkaisar.com
http://94.237.77.175
http://sbobetbintang.com
https://www.logambiru.com
http://94.237.73.233


แสดงความคิดเห็นโดย nisa E-mail : sbobetdaftasr00@gmail.com [ วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 19:11:23 ]

 
ความคิดเห็นที่ 968
66CEME is an online casino that receives deposits via credit, the best and honest Indonesian online poker agent ready to serve 24 hours with the best service.
http://66ceme.com


แสดงความคิดเห็นโดย ESMERALDA MARGARET E-mail : esmeralda.margaret94@gmail.com [ วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 10:48:36 ]

 
ความคิดเห็นที่ 967
Thanks for the site service
http://rajapkr88.site
http://pkrmas88.site

https://bit.ly/2HLtnSy
https://tinyurl.com/y6egszg7
https://tinyurl.com/yxnrdsjr


แสดงความคิดเห็นโดย Rajapoker88 E-mail : dragnarok.mo@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 23:13:35 ]

 
 
ความคิดเห็นที่ 965
Save big with 50% rebate on Yapsody fees for Non-Profit organizations.
http://www.yapsody.com/ticketing/


แสดงความคิดเห็นโดย Yap Sody E-mail : yapsody.ct@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 17:42:10 ]

 
ความคิดเห็นที่ 964
Sell tickets online free is one of the most crucial steps that Yapsody has taken in the event planning process, yet we can often overlook the tools that are needed to make it happen as there are many other options for event ticketing software are there that can help with the same to achieve your goals.

Get exclusive offers/discounts for event listing at Yapsody. Save big with 50% rebate on Yapsody fees for Non-Profit organizations.
https://www.yapsody.com/ticketing/


แสดงความคิดเห็นโดย Yap Sody E-mail : yapsody.ct@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 17:40:56 ]

 
ความคิดเห็นที่ 963
http://cantikqq.vip/
https://idakunpro.com/


แสดงความคิดเห็นโดย cantikqq E-mail : vionapuri12@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 16:46:41 ]

 
ความคิดเห็นที่ 962
http://cantikqq.vip/
https://idakunpro.com/


แสดงความคิดเห็นโดย cantikqq E-mail : vionapuri12@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 16:46:04 ]

 
ความคิดเห็นที่ 961
Here i got free ebook for lesson build website from basic.
u can download for free, the more we share the more we get.

visit site : http://duniasbobet.club/

visit site : http://betsgratis.com/

visit site : http://lapakdunia.com/

visit site : http://sahabatpanen.com/

visit site : http://romopoker.com/


แสดงความคิดเห็นโดย Rangga E-mail : singotoko666@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 10:08:00 ]

 
ความคิดเห็นที่ 960
Here i got free ebook for lesson build website from basic.
u can download for free, the more we share the more we get.

visit site : http://duniasbobet.club/

visit site : http://betsgratis.com/

visit site : http://lapakdunia.com/

visit site : http://sahabatpanen.com/

visit site : http://romopoker.com/


แสดงความคิดเห็นโดย Rangga E-mail : projectaling1994@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 10:06:25 ]

 
ความคิดเห็นที่ 959
http://duniasbobet.club/

แสดงความคิดเห็นโดย Rangga E-mail : projectaling1994@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 10:02:05 ]

 
ความคิดเห็นที่ 958
visit site : http://betsgratis.com/

visit site : http://lapakdunia.com/

visit site : http://sahabatpanen.com/

visit site : http://romopoker.com/


แสดงความคิดเห็นโดย Rangga E-mail : singotoko666@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 10:00:36 ]

 
ความคิดเห็นที่ 957
visit site : http://betsgratis.com/

visit site : http://lapakdunia.com/


แสดงความคิดเห็นโดย Rangga E-mail : singotoko666@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 09:57:46 ]

 
ความคิดเห็นที่ 956
visit site : https://betsgratis.com/

visit site : https://lapakdunia.com/

visit site : http://sahabatpanen.com/

visit site : http://romopoker.com/


แสดงความคิดเห็นโดย Rangga E-mail : singotoko666@gmail.com [ วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 เวลา 09:57:10 ]

 
ความคิดเห็นที่ 955
thank you for sharing, if you dont mind please visit my site at

http://192.154.253.18
http://66.11.124.68
http://27.124.27.114
http://192.154.253.19
http://107.178.109.61


แสดงความคิดเห็นโดย felyciatan E-mail : felyciatan13@gmail.com [ วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 เวลา 17:33:04 ]

 
ความคิดเห็นที่ 954
I am very grateful for this article, I recommend you all to read this article. And visit my site too <a href="http://202.95.10.49">Agen BandarQ Terpercaya</a> Thanks bruhh.

แสดงความคิดเห็นโดย TulisQQ E-mail : tulisqq01@gmail.com [ วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 เวลา 06:54:31 ]

 
ความคิดเห็นที่ 953
this article is very good. People must read your article, because it is very useful. Visit my site too in <a href="http://www.tototulis.net/">Agen Casino Online Terpercaya</a>
<a href="http://www.perisakti.info/">Perisakti Prediksi Togel dan Bola Paling Jitu</a>


แสดงความคิดเห็นโดย TULISTOTO OFFICIAL E-mail : tulistotocom@gmail.com [ วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 เวลา 03:45:20 ]

 
ความคิดเห็นที่ 952
this article is very good. People must read your article, because it is very useful. Visit my site too in <a href="http://www.tototulis.net/">Agen Casino Online Terpercaya</a>
<a href="http://www.perisakti.info/">Perisakti Prediksi Togel dan Bola Paling Jitu</a>


แสดงความคิดเห็นโดย TULISTOTO OFFICIAL E-mail : tulistotocom@gmail.com [ วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 เวลา 02:35:23 ]

 
ความคิดเห็นที่ 951
This really makes me amazed, I really appreciate this article so many ideas in it. http://mobapkr.org/

แสดงความคิดเห็นโดย DEWA POKER E-mail : yulialastri2000@gmail.com [ วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 เวลา 18:24:51 ]

 
ความคิดเห็นที่ 950
Situs Pengeluaran Sgp Tercepat Dan Data SGP Terlengkap Nomor 1 Didunia
This article is very interesting, so it provides insight into how I can get innovation here.
http://purelylulu.com/


แสดงความคิดเห็นโดย Data SGP E-mail : angelatania2000@gmail.com [ วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 เวลา 18:13:20 ]

 
 
หน้า 1 / 33
คลิกหน้าที่   1|2|3|4|5|6|7|8|9|10|  ถัดไป>>

แสดงความคิดเห็น

 
ข้อความคิดเห็น
ชื่อ
อีเมล์
ใส่รหัส post